สงครามเกาหลี เป็นความขัดแย้งทางทหารระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) กับสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) โดยเกาหลีเหนือได้รับการสนับสนุนทางการทหารจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหภาพโซเวียต ส่วนเกาหลีใต้ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ โดยเริ่มตั้งแต่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) จนถึงการลงนามในสัญญาหยุดยิงของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496) สงครามครั้งนี้เป็นผลมาจากการแบ่งแยกประเทศเกาหลีทางการเมืองด้วยข้อตกลงของฝ่ายสัมพันธมิตรในการปลดอาวุธกองทัพญี่ปุ่นเมื่อสิ้นสุดสงครามมหาเอเชียบูรพา กล่าวคือ บริเวณคาบสมุทรเกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นนับตั้งแต่ ค.ศ. 1910 จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนต่อสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1945 นั้น คณะผู้บริหารญี่ปุ่นฝ่ายอเมริกาได้แบ่งให้กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้าปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเขตตั้งแต่เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือลงมา
ส่วนบริเวณที่อยู่เหนือเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือนั้นอยู่ในความควบคุมของสหภาพโซเวียต
ความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีในคาบสมุทรเกาหลีในปี ค.ศ. 1948 ทำให้ความแตกแยกของประเทศเกาหลีทั้งสองฝั่งร้าวลึก
ประเทศเกาหลีฝั่งเหนือได้จัดตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ขึ้น เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือได้กลายเป็นเส่นแบ่งแดนระหว่างทั้งสองเกาหลีไปโดยปริยาย
แม้การเจรจาเพื่อการรวมชาติจะดำเนินต่อไปในช่วงหลายเดือนก่อนเกิดสงครามก็ตาม แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด
ยังคงมีการรบพุ่งและการปล้นสะดมตามแนวตะเข็บชายแดน
สถานการณ์ได้บานปลายไปสู่การทำสงครามแบบเปิดเผยเมื่อเกาหลีเหนือส่งกองทัพบุกเข้าสู่เกาหลีใต้ในวันที่
25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 การรุกดังกล่าวกลายเป็นความขัดแย้งทางทหารครั้งสำคัญครั้งแรกที่เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น
องค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสหรัฐอเมริกา
ได้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือเกาหลีใต้ในการขับไล่ผู้รุกราน หลังจากในช่วงต้นสงคราม
สหประชาชาติได้ทำการส่งกองกำลังเข้ามาขับไล่กองทัพเกาหลีเหนือจนถอยร่นจากเส้นขนานที่
38 จนเกือบถึงแม่น้ำยาลู สาธารณรัฐประชาชนจีนจึงได้ประกาศให้ความช่วยเหลือกองทัพคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ การต่อต้านการรุกรานเกาหลีเหนือโดยกองทัพจีนทำให้ฝ่ายสหประชาชาติต้องถอยร่นกลับมาที่แนวเส้นขนานที่
38 ด้านสหภาพโซเวียตได้ให้การช่วยเหลือจีนและเกาหลีเหนือด้วยการสนับสนุนด้านอาวุธ
ภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์ได้ยุติลงในการลงนามในสัญญาหยุดยิงซึ่งกำหนดให้ทั้งสองเกาหลีคงเขตแดนของตนไว้ตามแนวเส้นขนานที่
38 องศาเหนือ และกำหนดเขตปลอดทหาร (DMZ) ในระยะ 2.5 ไมล์ (4 กม.) เป็นกันชนตามแนวพรมแดนของทั้งสองประเทศ
ระหว่างสงคราม
ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจ
ทำให้สงครามดังกล่าวแปรสภาพจากสงครามกลางเมืองไปสู่สงครามตัวแทนระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับสงครามเย็น ในมุมมองของวิทยาศาสตร์การทหาร (military
science) สงครามเกาหลีเป็นการผสานแผนยุทธการและยุทธวิธีของทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 กล่าวคือ
ใช้วิธีการจู่โจมอย่างรวดเร็วด้วยทหารราบและสนับสนุนด้วยการจู่โจมทางอากาศเพื่อทิ้งระเบิดในทางยุทธวิธี
การปฏิบัติการรบแบบเคลื่อนที่ได้เปลี่ยนไปสู่การทำสงครามสนามเพลาะนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ค.ศ. 1951 จนกระทั่งถึงช่วงคุมเชิงและทำสัญญาหยุดยิงในปี
ค.ศ. 1953