วิเคราะห์สงคราม


สงครามเกาหลี เกิดขึ้นจาก ความขัดแย้งทางการเมืองการปกครอง(ทางการทหาร)


เนื่องจากประเทศเกาหลีโดนยึดครองโดยประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ ประเทศเกาหลีได้รับอิสระ สหรัฐอเมริกาได้ช่วยญี่ปุ่นในการฟื้นฟูดินแดน เนื่องด้วยเกาหลีอยู่ติดกับประเทศอื่นๆรอบด้าน โดยด้านเหนือของเกาหลีติดกับประเทศจีน และทางใต้ติดกับญี่ปุ่นซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของอเมริกานั้น การปกครองที่แตกต่างของประเทศรอบด้านจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศเล็กๆที่อยู่ตรงกลางระหว่างมหาอำนาจ จีนและสหภาพโซเวียดที่มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ญี่ปุ่นและอเมริกาที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย เกาหลีที่ซึ่งได้รับอิสรภาพ จำเป็นต้องมีผู้นำ แต่หากว่าประชากรที่มีในขณะนั้นมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ส่วนที่ติดกับจีนก็เห็นว่าการปกครองแบบคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่ดี แต่อีกด้านที่อยู่ติดกับญี่ปุ่นและอเมริกาก็เห็นว่าการปกครองแบบประชาธิปไตยดี จึงเป็นเหตุให้เกิดการแบ่งแยกการปกครองออกเป็นสองแบบ คือแบบคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย เมื่อเกาหลีทั้งสองชาติมีความเห็นที่ต่างกันแล้ว เกาหลีที่รับการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มานั้น มีความต้องการอยากที่จะให้เกาหลีที่มีการปกครองที่ต่างกันมีการรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงส่งกำลังทหารเข้ายึดเกาหลีส่วนที่รับการปกครองแบบประชาธิปไตย ด้วยวิธีการรวมชาติแบบที่ผิดไป จึงทำให้เกิดสงครามเกาหลีขึ้น จึงเป็นเหตุให้เกาหลีแบ่งออกเป็นสองส่วน คือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้



ผลที่เกิดต่อประเทศไทย ประเทศไทยได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกว่า ในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ไทยได้ปฏิบัติตามความมุ่งหมายของสหประชาชาติ ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ และเพื่อปราบปรามการรุกรานหรือการล่วงละเมิดต่อสันติภาพ ในสงครามครั้งนี้ ทหารไทยทั้งสามเหล่าทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ในยุทธภูมิภายใต้ธงสหประชาชาติ ร่วมกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติ อย่างสมเกียรติศักดิ์นักรบไทย เป็นที่เลื่องลือในบรรดาพันธมิตรที่ร่วมรบ รัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีได้ส่งสาส์น แสดงความยกย่องและสดุดีวีรกรรมต่าง ๆ ในหลายวาระหลายโอกาสด้วยกัน ทหารไทยได้รับความรู้ บทเรียน และประสบการณ์ในการรบในสภาวะการณ์ต่าง ๆ ทั้งในแบบ และนอกแบบ เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาทุกข์สภากาชาดไทย หน่วยพยาบาลของทั้งสามเหล่าทัพ ได้รับความรู้ และประสบการณ์เพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง และได้นำความรู้และประสบการณ์เหล่านั้น มาปฏิบัติงานให้เกิดคุณประโยชน์ ต่อสาธารณชนของไทย คณะกรรมการสงบศึกฝ่ายทหารของไทยได้ปฏิบัติงานเป็นผลสำเร็จ ตามที่ได้รับมอบหมาย ทำให้เป็นที่ประจักษ์ในขีดความสามารถของนายทหารไทย บรรดาผู้ที่ไปราชการสงครามในเกาหลี ได้นำเอาคุณลักษณะที่ดีของความเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะอุปนิสัยขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรมไปเผยแพร่แก่ชาวต่างประเทศ นับว่าเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในประการสุดท้าย การไปราชการสงครามในครั้งนี้ของไทย เป็นผลให้คณะมนตรี สนธิสัญญา ซีอาโต (SEATO) มาประชุมกันเป็นครั้งแรก ที่กรุงเทพ ฯ และประเทศไทยได้รับเกียรติและความไว้วางใจ คณะมนตรีความมั่นคงฯ ได้ลงมติให้ตั้งสำนักงานเลขาธิการประจำ ณ กรุงเทพ ฯ เป็นการถาวร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น